4.อนาคต - แผนที่ทางเดินยุทธศาสตร์

แผนที่ทางเดินยุทธศาสตร์
ค่ากลาง และ บูรณาการ
นายแพทย์ อมร นนทสุต
อดีตปลัดกระทรวงสาธารณสุข
Go to content

Main menu:

4.อนาคต

แผนที่ทางเดินยุทธศาสตร์

อนาคต

จากแผนที่ฯSLM มีทิศทางการพัฒนาอยู่ 2 ทาง คือ เส้นทางปกติ ได้แก่การจัดทำรายละเอียดและสร้างแผนปฏิบัติการ จากกิจกรรมสำคัญ พร้อมทั้งเปิดงาน ตามขั้นตอนที่ 5-7 ของการสร้างและใช้แผนที่ทางเดินยุทธศาสตร์ วิธีนี้ เราไม่ได้ลงลึกไปถึงงานที่เป็นส่วนประกอบของกิจกรรม เราจึงอาจจะประสบความสำเร็จตามแผนที่ฯได้ แต่เราจะไม่สามารถปรับประสิทธิภาพของโครงการได้  (เช่น อาจจะทำให้ความสำเร็จที่ได้รับต้องลงทุนด้วยราคาแพงเกินไปเป็นต้น)
     อีกเส้นทางหนึ่งซึ่งเชื่อว่าจะเป็นอนาคตที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวงต่อกิจการสาธารณสุขไทย ได้แก่เส้นทางที่สร้างใหม่เพื่อยกระดับของโครงการ โดยการจัดการกับ งาน ที่เป็นองค์ประกอบของโครงการเหล่านั้น เส้นทางนี้เริ่มจากการกำหนดกรอบกิจกรรมสำคัญของแผนที่ฯโดยคาดหวังว่ากิจกรรมตามกรอบที่กำหนดนั้นจะนำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมาย
      
กิจกรรมทั้ง 7 ที่กำหนดไว้สำหรับพ.ศ.2555 และปีต่อๆไปจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงได้แก่ (1) การปรับแผนท้องถิ่น/ตำบล  (2) การจัดการกลุ่มเป้าหมาย/สภาวะแวดล้อม (3) การเฝ้าระวัง/คัดกรอง (4) การใช้มาตรการทางสังคม (5) การสื่อสารเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรม (6) การใช้แผนที่ทางเดินยุทธศาสตร์และการจัดการค่ากลาง และ (7) การสนับสนุน
    ในจำนวนกิจกรรมทั้ง 7 นี้ น้ำหนักสูงสุดอยู่ที่ การปรับแผนงานของท้องถิ่น/ตำบล และ การจัดการกลุ่มเป้าหมาย/สภาวะแวดล้อม ตามลำดับ ทั้ง 2 รายการนี้ หากวางงานที่เป็นองค์ประกอบได้ดี จะมีผลต่อกิจกรรมที่เหลือได้



หัวใจของเรื่องจึงอยู่ที่การปรับแผนงาน/โครงการของท้องถิ่น/ตำบลซึ่งหมายรวมถึงแผนงาน/โครงการที่สนับสนุนโดยกองทุนหลักประกันสุขภาพตำบล ด้วย ทั้งหมดนี้ควรดำเนินการก่อน และการดำเนินกิจกรรมนี้จะนำเราไปสู่การจัดการกลุ่มเป้าหมาย/สภาวะแวดล้อม ซึ่งเป็นกิจกรรมสำคัญสูงสุดอีกข้อหนึ่งได้










การจัดการค่ากลาง
               ขั้นต่อไปคือ การวิเคราะห์โครงการต่างๆว่า มีการปฏิบัติกิจกรรมทั้ง 7 หรือไม่ และกิจกรรมเหล่านั้นประกอบด้วย งาน อะไรบ้างที่ปฏิบัติกันโดยทั่วไป เราเรียกงานที่ปฏิบัติกันโดยทั่วไปในโครงการหนึ่งๆว่า ค่ากลาง (Norm) ของโครงการนั้น ข้อมูลจากการวิเคราะห์นี้จะใช้เป็นพื้นฐานก่อนการพัฒนา (Baseline data) จากนั้นจะสามารถยกระดับค่ากลางให้สูงขึ้นได้ เราเรียกวิธีการนี้ว่าเป็น การจัดการค่ากลาง (Norm Management)
               การจัดการค่ากลางนี้ มุ่งเน้นไปที่การปรับปรุงแผนงาน/โครงการของท้องถิ่น/ตำบล สิ่งที่จะเกิดตามมาคือบทบาทของท้องถิ่นและภาคประชาชนที่เปลี่ยนแปลงไป  บทบาทดังกล่าวจะมี 5 ด้านคือ (1) การจัดการกลุ่มเป้าหมายและสภาวะแวดล้อม (2) การใช้มาตรการทางสังคม (3) การเฝ้าระวัง/คัดกรอง (4) การสร้างแผนงาน/โครงการ ด้วยค่ากลางและ (5) การสื่อสารเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
เชื่อมั่น และ ทำให้เป็นจริง
Back to content | Back to main menu